Genting Club มาดริดดุดันตะบันนิโคเซียเละ 3-0

Genting Club

ซีอาร์เซเวนควงกองหลังกัปตันทีมซัดประตูพาแชมป์เก่าประเดิม 3 แต้มใน UCL ฤดูกาลนี้เหนือทีมจากไซปรัสแบบไม่ยาก

Genting Club ฟุตบอลยูฟา แชมเปียนส์ลีก นัดแรกของกลุ่มเอช ที่ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด รับการมาเยือนของ อาโปเอล นิโคเซีย ตัวแทนจากไซปรัส

ซีเนดีน ซีดาน ชวดใช้งานมาร์โก้ อเซนซิโอ ที่ดันมาสิวติดเชื้อที่ขา รวมถึงคาริม เบนเซมา ที่ไม่สมบูรณ์ แต่จะได้คริสเตียโน โรนัลโด้ ลงมาประสานเกมร่วมกับแกเร็ธ เบล, อิสโก้ อีกครั้ง ขณะที่ทีมเยือนนำมาโดย อิกอร์ เด คามาร์โช ศูนย์หน้าหมายเลข 9 โดยมีวีเนซิอุส รวมถึงนูโน โมเลส คอยปั้นเกมให้

เริ่มเกมมา 10 นาที ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสเล่นเกมรุกใส่กันทั้งคู่ แต่ทีมเยือนมีโอกาสลุ้นให้เห็นจากจังหวะลองตะบันไกลของลาโก้ แบ็คซ้ายที่ขึ้นมาเติมเกมรุก จนนาบาสต้องพุ่งปัดออกหลัง

อีก 2 นาทีถัดมา เป็นโลส บลังโกส ที่ได้เฮก่อน จากจังหวะเล่นสวนกลับนาบาสจ่ายให้โควาซิช ก่อนที่กองกลางโครแอตจะผ่านต่อให้อิสโก้ได้ลากฝ่าแนวรับนิโคเซีย และจ่ายสั้นต่อให้เบลทางด้านซ้าย ก่อนที่ปีกชาวเวลส์จะผ่านบอลเรียดเข้าเขตโทษด้านไกล และเป็นโรนัลโด้หาโอกาสแปเข้าประตู เจ้าถิ่นนำ 1-0

จากนั้นนาทีที่ 25 มาดริดขยับเปลี่ยนตัวคนแรก หลังโควาซิชมีอาการเจ็บที่ขาหนีบ และซีดานเลือกเอาโครสลงมาคุมแดนกลางแทนที่

เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกหน จากจังหวะประสานงานของเบลกับโรนัลโด้เช่นเดิม ในนาทีที่ 33 โดยครั้งนี้ปีกหมายเลข 11 ผ่านบอลให้ลักษณธเดิมเข้าเขตโทษ แต่ CR7 ซัดไม่เข้ากรอบ รวมถึงโอกาสยิงหลุดกรอบอีกหน ของแข้งหมายเลข 7 ที่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ

เปิดครึ่งหลังมา โรนัลโด้ได้โอกาสยิงบอลไปชนคานตกมาที่เส้นปากประตู โดยเจ้าตัวคิดว่าบอลเข้าไปแล้ว ทว่าจากเทคโลโนยีโกลไลน์ชี้ว่าลูกนี้ยังไม่ข้ามเส้นไป

นาทีที่ 51 เป็นลาโก้ของทีมเยือนที่ดันไปมีจังหวะแฮนด์บอลในเขตโทษ และเป็นซูเปอร์สตาร์โรตุเกสรับหน้าที่สังหารเสียบมุมซ้ายเข้าไปไม่เหลือ เรอัล มาดริด ขยับห่าง 2-0

อีก 10 นาทีถัดมา รามอสได้โอกาสลองจักรยานอากาศจ่อๆหน้าเขตโทษ จากการโหม่งตั้งให้ของเบล บอลลอยลอดตัววอเตอร์มันเข้าประตู ราชันชุดขาวหนีเพิ่มเป็น 3-0

ท้ายเกมโรนัลโด้มีโอกาสนำบอลซุกก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ไลน์แมนยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน เวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นเกมรุกเหนือกว่าชัดเจน แต่ไม่มีสกอร์ที่สี่เกิดขึ้น จบเกม เรอัล มาดริด ถล่มอิโปเอล นิโคเซีย 3-0 ประเดิม 3 แต้มแรกของกลุ่มเอชได้สำเร็จ