สมัคร Holiday Palace ยกแรกโค้ชมิโลกับเหล่าช้างศึกผู้ถูกเมิน

สมัคร Holiday Palace   width=

โค้ชมิโลฝ่าข้อจำกัดทั้งตัวผู้เล่น-เวลา พาช้างศึกเก็บ 1 แต้มจาก ยูเออี แบบน่าชนะ เขาจัดการกับเรื่องพวกนี้อย่างไร?และก้าวต่อไปของช้างศึกจเป็นเช่นไร

สมัคร Holiday Palace มิโลวาน ราเยวัช ใช้เวลา 48 วัน นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ พาช้างศึก เก็บ 1 แต้มจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมเดียวกับที่เคยเปิดบ้านต้อนไทย 3-1

ทั้งสองทีมเปลี่ยนตัวเฮดโค้ช อดีตกุนซือทีมชาติกานา ถูกดึงเข้ามาแทนที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ส่วน ยูเออี คว้าตัวโค้ชโปรโฟล์ดีอย่าง เอ็ดการ์โด เบาซา อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินา มาทำหน้าที่แทน มะห์ดี อาลี ทำพาทีมเข้าสถานการณ์หลังพิงฝา

ก่อนเกมกับไทย ผู้มาเยือนอย่าง ยูเออี ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องชนะ ไทย ให้ได้สถานเดียว หากยังหวังลุ้นตั๋วไปบอลโลกที่รัสเซีย ในอีก 2 เกมที่เหลือ หลังถูก ออสเตรเลีย ทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม โกยแต้มหนีห่างไปไกลถึง 7 คะแนน (ก่อนแข่งกับไทย) โดย ยูเออี มีเวลาเก็บตัว 12 วัน เพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขาจะมาเยือน ไทยที่ตกรอบไปแล้ว ด้วยความพร้อมที่สุด

ไทย – ยูเออี

ส่วน ไทย ไม่มีผู้เล่นถึง 11 รายจาก เมืองทอง และเชียงรายฯ มาร่วมเก็บตัวฝึกซ้อมกับทีมในช่วงแรก (29 พ.ค. – 3 มิ.ย) เนื่องจากนักเตะยังมีภารกิจกับสโมสร มิโลวาน ราเยวัช จึงได้เรียกผู้เล่นทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ เพื่อเข้ามาดูฟอร์มถึง 37 ราย (รวมถึง สุริยา สิงห์มุ้ย และ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่มาสมทบภายหลัง) ก่อนจะได้ 23 คนสุดท้ายที่จะใช้ในเกมคัดบอลโลก

แม้ว่าจะ ราเยวัช จะได้ชิมลางด้วยการอุ่นเครื่องกับ อุซเบกิสถาน ด้วยนักเตะใหม่เกือบยกทีม และพอจะมองออกว่า ทีมชาติไทยโฉมใหม่ คงเน้นเกมรับที่เหนียวแน่นขึ้นและอาศัยสวนกลับ

แต่ผู้เขียนยอมรับตามตรงว่า ยังจินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่า “ช้างศึก” ที่ไม่มี ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ทริสตอง โด และ ธีรศิลป์ แดงดา จะมีไม้เด็ดอะไร มาต่อกรกับ ยูเออี ที่เต็มไปด้วยแข้ง ความสามารถเฉพาะตัวสูง นำโดย อุมัร อับดุลเราะห์มาน ดาวเตะอันดับ 1 ของทวีป (จากการจัดอันดับของ FourFourTwo)

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ มงคล ทศไกร คือ 3 นักเตะตัวจริง จาก 11 คนแรกในทีมชุดเดิม ที่แพ้ ยูเออี 3-1 หากเจาะลึกลงไปอีก มงคล ทศไกร เป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์เพียงคนเดียวที่ได้เล่นตำแหน่งเดิม (ธนบูรณ์ เกมดังกล่าวเล่นเซ็นเตอร์)

ขณะที่คู่เซ็นเตอร์แบ็กอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ต่างไม่เคยมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก มาก่อน และหากไม่นับขาประจำในยุคหลังอย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง ผู้เล่นตัวจริงของไทยที่เหลือ ล้วนเป็นนักเตะสำรองจากชุดเก่า ผสมกับ แข้งบางรายที่่ห่างหายจากทีมชาติไประยะหนึ่ง

ไทย – ยูเออี

“ถ้าเราไม่เสียประตู ก็ไม่มีทางแพ้ จงเล่นอย่างมีวินัย และเล่นตามแท็คติกที่ไว้วางไว้” นี่คือแนวคิดและปรัญชา โค้ชมิโล ที่ถ่ายทอด ให้กับนักเตะช้างศึกชุดนี้ ที่รวบรวมเอาทั้งนักเตะที่เคยถูกมองข้าม หรือพวกตัวสำรองจากชุดเก่ามาไว้มากสุดนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ช

เขาเน้นให้นักเตะไทย ต้องรู้จักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหากมองไปที่ตารางคะแนน ไทยเพิ่งมีเพียง 1 แต้ม จาก 7 นัด ยิงได้ 2 เสีย 19 ลูก มีผลต่างประตูได้เสีย -16 ลูก ดังนั้นคงไม่ต้องบอกว่าอะไรเป็นสิ่งแรกที่ ไทย ต้องแก้ไขด่วน “เกมรุกหรือเกมรับ?”

สิ่งที่ได้เห็นจากครึ่งแรกของ ช้างศึก คือ การเล่นเกมรับอย่างอดทน มีวินัย และยืนโซนได้ดี ยกตัวอย่าง อดิศร พรหมรักษ์ ที่ถูกถ่างไปยืนแบ็กขวา อาจไม่โดดเด่นในการขึ้นเกมรุก แต่ข้อดีของการใช้ อดิศร คือสามารถถอยลงมาเป็นตัวซ้อนช่วยเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวาได้ ทำให้ ยูเออี ไม่สามารถใช้ความคล่องตัวของผู้เล่นเกมรุก หรือกดดันด้วยการเพรสซิ่งเร็วเข้ากรอบเขตโทษ ได้อย่างถนัดถนี่นัก

ขยับมาที่แผงแดนกลาง หากเทียบจากนัดแรก เกมนี้ เราจัดระเบียบพื้นที่กลางสนามได้ดีกว่าเดิม แม้จะไม่มี ชนาธิป คอยพลิกเกม

ไทย – ยูเออี

โดยเฉพาะการรับมือ อุมัร อับดุลเราะห์มาน จอมทัพของยูเออี ที่มีทักษะ ความสามารถเฉพาะสูง และการจ่ายบอลที่ยอดเเยี่ยม โดยแมตช์นี้ มิดฟิลด์หัวฟูหมายเลข 21 ถูก ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางที่เพิ่งคืนตัวจริงทีมชาติไทยรอบ 2 ปี (ไม่นับอุ่นเครื่อง) คอยไล่ประกบ บีบพื้นที่ จนต้องออกบอลเร็ว และไม่มีอิสระในการเล่นได้อย่างใจนึก แบบเกมแรกที่เจอกับไทย (เกมดังกล่าว ฐิติพันธ์ ไม่ถูกเรียกติดทีม)

นัดนี้ ทายาทลูกหนังของ ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ มีสถิติเอาชนะคู่แข่งแบบต่อตัวได้ถึง 10 ครั้ง พ่วงด้วยสถิติแท็คเกิล 8 ครั้ง แถมยังเคลียร์บอลจากแดนอันตรายได้อีก 3 ครั้ง ตรงกันข้ามกับ อุมัร เกมนี้เจ้าตัว เอาชนะการดวลตัวต่อตัวได้เพียง 3 จาก 10 ครั้ง ลดลงกว่าเกมแรกที่เจอไทยถึง 3 เท่า (เกมนั้นชนะตัวต่อตัว 9 ครั้ง) นอกจากนี้ จำนวนการผ่านบอล-เปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสำเร็จ ก็ลดลงตามด้วยกัน จนบางช่วงของเกม อุมัร ก็ออกอาการหัวเสียไม่น้อย

ครึ่งหลัง ไทย ยังเป็นฝ่ายเกมป้องกันเกมรับได้ดี โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ทั้ง พรรษา และ เฉลิมพงษ์ สามารถสกัดกั้นและปัดกวาดหลังบ้านได้อย่างดี ส่วนเกมรุกเราเอง ก็มีโอกาสลำเลี้ยงบอลขึ้นมาบ้าง ทั้งจากฝั่งซ้าย และจากตรงกลางโดย สรรวัชญ์ เดชมิตร ก่อนจะมาประสบความสำเร็จจากลูกครอสด้านข้างของ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา เปิดมาให้ตัวละครที่หลายคนมองข้ามเขาไป อย่าง มงคล ทศไกร ตะบันประตูขึ้นนำ แถมยังเป็นการปลดล็อกความกดดันที่ถาโถมมาใส่เขาตลอดช่วงที่ผ่านมา

มงคล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมถึงจังหวะนั้นว่า ตลอดช่วงที่ได้มาเก็บตัว 4-5 วัน โค้ชมิโล ได้มีวางแท็คติกให้เขาเป็นตัวที่วิ่งเข้ามาที่เสาแรก ยามที่ฝั่งซ้ายขึ้นเกมรุก จนนำมาซึ่งการประตูขึ้นนำที่เกือบสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ ทีมชาติไทย

ไทย – ยูเออี

“มิโล” รู้ดีถึงศักยภาพของมงคลในสนามฝึกซ้อม จึงได้วางแท็คติกที่สามารถใช้จุดเด่นของเขา ที่เคยทำประตูในลักษณะนี้ได้บ่อยครั้ง พร้อมกับกล้าใช้งานนักเตะที่แทบจะสูญเสียความมั่นใจในการเล่นฟุตบอลอย่าง มงคล ลงสนามเป็นตัวจริง ท่ามกลางคำถามมากมายก่อนหน้านี้ว่า ทำไมถึงเรียกเขามาติดทีมชาติ?

“ผมรู้ว่าคุณถูกวิจารณ์ เจอช่วงเวลาที่ย่ำแย่ แต่จากการฝึกซ้อมคุณทำได้ดี แสดงให้ผมเห็นว่าคุณเป็นผู้เล่นที่ดี ไม่ต้องกังวลอะไร คุณลงไปเล่น ลงไปสู้ในสนามให้ดีที่สุด ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ” มงคล กล่าวถึงคำพูดปลุกใจของโค้ชมิโลในห้องแต่งตัวถึงเขา ผ่านเว็บ FA Thailand

จุดเดียวที่น่าเสียดายของเกมนี้ คือ สมาธิในการเล่นเกมรับช่วงท้ายเกม ซึ่งเป็นปัญหาเดิม ที่มีมาตั้งแต่ยุคเก่า ที่เสียประตูในช่วงเวลานี้บ่อยครั้ง “มิโล” เองก็ยอมรับตามตรงว่า เขา “พลาด” ในการเปลี่ยนตัวดึงเวลาช่วงทดเจ็บทว่ามันกลับทำให้สมาธิของนักเตะหลุดไป จนมาถูกยิงตีเสมอ ชวดคว้าสามแต้มประวัติศาสตร์ของ ช้างศึก ในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย

ไทย – ยูเออี

ยกแรกของ “น้าราเยวัช” จึงผ่านพ้นไปด้วยการคว้า 1 คะแนน ที่ทำให้เราได้เห็น มิติใหม่ๆของทีมชาติไทย ไล่มาตั้งแต่ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก, แผงมิดฟิลด์, การเล่นเกมรับอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ไม่เสียประตูเร็ว, การปิดจุดแข็งคู่แข็ง จิตวิทยา และการจัดการทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดทั้งเรื่องของผู้เล่น และระยะเวลาที่จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีการบ้านที่ต้องกลับไปแก้ไข ทั้งจุดอ่อนในเรื่องของเกมรุกที่ยังไม่หลากหลาย, แท็คติก วิธีในการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นรุก รวมถึงปัญหาเรื่องการเสียประตูในช่วงท้ายเกม ก็ยังเป็นเรื่องที่ กุนซือหนุ่มใหญ่วัย 63 ปี ต้องกลับไปทำงานหนักต่อจากนี้…

เพื่อยกระดับและพาทีมชาติไทย ไปได้ไกลกว่าที่เดิม อย่างที่เจ้าตัวเคยตั้งเป้าหมายไว้เมื่อ 48 วันก่อนหน้านี้